Origin of Caferacer

ประเดิมบทความแรกของ The Sports ด้วยจุดเริ่มต้นของคำว่า “Cafe’ Racer” เพราะเราเริ่มต้นกันด้วยความคลั่งไคล้ในรถสไตล์คาเฟ่ ที่มีความเรียบง่าย แต่ลงตัว ทำไปเรื่อยๆ หาสไตล์ที่เป็นของตัวเอง จนเป็น The Sports Custom ในทุกวันนี้ เลยจะย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของสไตล์ ว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ทั้งเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้ตัวเองและส่งต่อความรู้ให้คนที่หลงเข้ามาอ่านด้วยเลยละกันครับ

เค้าว่ากันว่า (เค้านี่คือคือ wiki และเว็บฝรั่งหลายสำนัก) Cafe’ Racer น่าจะเกิดใน London ประมาณปี 1950 (ราว พ.ศ. 2493) เราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน เพื่อความเข้าใจง่ายคือส่วนของคนและส่วนของมอเตอร์ไซค์

ในส่วนของคน มันเริ่มมาจากวัฒนธรรมย่อย (Subculture) ของเด็กหนุ่มวัยฉกรรจ์ ผู้รักความเร็ว และคลั่งไคล้ในดนตรี Rock & Roll ชื่นชอบการ Hangout ตามคาเฟ่ แอ๊วสาว และบิดไปให้หมดปลอก ความฝันของแว๊นยุค 50s คือการแตะความเร็ว 100 mph ให้ได้ (ประมาณ 160 km/h) เลยจะเรียกตัวเองกันว่า “Ton-Up Boys” หรือ “The Ton” (แปลว่ากูบิดได้เกินร้อยนะเว้ยย) แต่จริงๆคำว่า Cafe’ Racer ออกจะเป็นคำถากถางกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ซะด้วยซ้ำ (มันคือแว๊นบ้านเรานี่แหละ แต่เมืองมันหนาวถ้าใส่กางเกง JJ รองเท้าแตะมาแว๊นหละหำแข็งแน่นอน)

เว็ป caferacertv.com เล่าที่มาของคำว่า “Cafe Racer” ไว้ได้กะโหลกกะลาสุดๆ คือ หลังจากที่เหล่า Ton-up boys ไปแว๊นเสร็จและกลับมานั่งคุยกันต่อที่คาเฟ่ ตาลุงขับรถบรรทุกที่นั่งดวดเบียร์อยู่ในร้าน ก็หัวเราะเยาะและตะโกนแซวมาว่า

“You’re not a real racer, you’re not Barry Sheen, you’re just a café racer!”
พวกแกมันไม่ใช่นักแข่งรถ พวกแกไม่ใช่แชมป์กรังปรีส์ด้วย แกมันก็แค่นักแข่งร้านเหล้าโง่ๆเท่านั้นแหละ!

หลังจากนั้นมันก็เรียกตัวเองว่า Cafe’ Racer ประชดลุงมันซะเลย

สถานที่เริ่มต้นแห่งตำนานที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น คือ Ace Cafe’ ใน London และยังมีบาร์อื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นที่ให้วัยรุ่นในยุคนั้นได้ไปส่ายกัน ต่อมากระแสมอเตอร์ไซค์และ Rocker เริ่มซา กระแส Hippies และ Hell’s Angles ได้เข้ามาแทนที่ ทำให้ Ace cafe’ ต้องปิดตัวลง ต่อมาถูกซื้อโดย Avid motorcyclist Mark Wilsmore และเปิดให้บริการใหม่อีกครั้งในปี 1994 ด้วยกระแสเพลง Rock & Roll เลยทำให้ Cafe Racer กลับมาเฟื่องฟูได้อีกครั้งหนึ่ง

เรียกได้ว่าวัฒนธรรม Cafe Racer ถูกขับเคลื่อนด้วยดนตรีเป็นวัตถุดิบหลัก ฝั่ง Cafe’ Racer มีดนตรี Rock & Roll ในขณะเดียวกันก็มีเส้นขนานที่ไม่เคยบรรจบกัน คือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Mods คือวัยรุ่นผู้รักแฟชั่นและเสียงเพลง ขับขี่ Scooter ใส่สูทที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน เสพดนตรี Blues, Ska, Soul เช่นวง The Who, The Yardbirds, and The Small Faces สองแก๊งค์นี้ เจอกันทีไร ต้องมีเรื่องกันทุกครั้งไป (ให้อารมณ์เหมือนเด็กแว๊นกับฮิปสเตอร์มีเรื่องกันหละมั๊ง)

 

ในส่วนของรถ แน่นอนว่าต้องเน้นหนักไปที่ความเร็ว ความเบา เพื่อที่จะเข้าถึงความเร็ว 100 ไมล์/ชั่วโมงให้ได้ จึงมักจะเห็นรถเหล่านี้ถอดชุดตกแต่งของรถออกทั้งหมด สร้างเบาะแบบ Solo Seat ที่เรียบง่าย ออกแบบทรงแบบตูดมด เพื่อให้ได้ Aerodynamic ติดตั้งแฮนด์แบบ Clip-on เพื่อให้หมอบได้ต่ำที่สุด และเมื่อหมอบต่ำสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างคือเกียร์โยงหรือ Rear sets เพื่อให้อยู่ในท่าทางที่สามารถควบคุมรถได้สะดวกที่สุด รถที่นิยมในการแข่งสมัยนั้น ได้แก่  Triumph’s Bonneville, Honda’s CB-750 และ Kawasaki’s Z-1.

และมีรถที่นิยมนำมาปรับแต่งกันอย่างกว้างขวาง จนมีชื่อเสียงและรู้จักกันในนาม “The Triton” คือการผสมกันระหว่างเฟรมของ Norton Featherbed และเครื่องของ Triumph Bonneville โดยนำเอาเครื่องที่มีกำลังแรงเหมาะสำหรับทำความเร็ว รวมเข้ากับเฟรมที่มีการควบคุมได้ดีเยี่ยม จึงเกิดเป็นสูตรแต่งในยุคนั้นได้เลยทีเดียว และยังมีสูตรอื่นๆอีกเช่น “Tribsa” (เครื่อง Triumph เฟรม BSA), “Norvin” (เครื่อง V-Twin ของ Vincent เฟรม Norton Featherbed) หรือแม้กระทั่งเฟรมสำหรับการแข่งขันอย่างเช่น Rickman หรือ Seeley ก็ถูกนำมาดัดแปลงใช้ด้วยเช่นกัน

 

ที่มา:
http://caferacertv.com/the-history-of-cafe-racers
https://en.wikipedia.org/wiki/Caf%C3%A9_racer
https://en.wikipedia.org/wiki/Mods_and_rockers
http://www.bikeexif.com/cafe-racer-motorcycle

ผู้ดูแลเว็ปไซต์ thesportscustom.com เขียนบทความเกี่ยวกับมอเตอร์ไซต์ อดีตเคยแว๊นตอนวัยรุ่น ปัจจุบันลูก 1 และรถถูกเมียบังคับขายไปแล้ว เมียบอกว่า "ลูกเรียนจบมึงค่อยกลับไปขี่...."